บทความ: สีของแสงไฟมีกี่แบบ? รู้จัก Warm White, Cool White, Daylight และวิธีเลือกให้เข้ากับบ้าน

สีของแสงไฟมีกี่แบบ? รู้จัก Warm White, Cool White, Daylight และวิธีเลือกให้เข้ากับบ้าน

สีของแสงไฟเป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำหนดบรรยากาศและ Mood & Tone ของพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือสำนักงาน การเลือกโทนแสงไฟที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยสร้างความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่ออารมณ์และการใช้งานในชีวิตประจำวันอีกด้วย
โดยทั่วไป สีของแสงไฟบ้าน ที่นิยมใช้จะแบ่งออกเป็น 3 โทนหลัก ได้แก่ Warm White, Cool White,Daylight ซึ่งแต่ละโทนจะมีอุณหภูมิสี (Color Temperature) หรือค่า Kelvin (K) ที่แตกต่างกันออกไป
LAMP&LIGHT จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า สีของแสงไฟมีกี่แบบ? แต่ละโทนต่างกันอย่างไร พร้อมแนะนำ วิธีเลือกสีแสงไฟให้เหมาะกับแต่ละห้อง เพื่อให้คุณเลือกซื้อหลอดไฟและโคมไฟได้ตอบโจทย์พื้นที่มากที่สุด
เนื้อหาที่น่าสนใจ
-
สีของแสงไฟมีกี่แบบ ?
-
ตารางเปรียบเทียบ สีของแสงไฟ
-
สีของแสงไฟมีผลต่อบรรยากาศอย่างไร?
-
เทคนิคเลือกหลอดไฟและโคมไฟ ก่อนตัดสินใจซื้อ

สีของแสงไฟมีกี่แบบ?
สีของแสงไฟคือโทนสีที่มองเห็นจากแหล่งกำเนิดแสง ซึ่งสามารถส่งผลต่อทั้งบรรยากาศและการรับรู้ของพื้นที่ โดยทั่วไปสีของแสงที่นิยมใช้ในบ้านและอาคารต่าง ๆ สามารถแบ่งออกเป็น 3 โทนหลัก ได้แก่ Warm White, Cool White และ Daylight
การแบ่งประเภทของสีแสงจะอ้างอิงจาก Color Temperature หรืออุณหภูมิสี ซึ่งมีหน่วยเป็น Kelvin (K) โดยค่า Kelvin ที่ต่ำจะให้แสงโทนอุ่นและออกเหลืองมากกว่า ส่วนค่า Kelvin ที่สูงขึ้นจะให้แสงสีขาวและมีโทนอมฟ้ามากขึ้น
แต่ละสีจึงเหมาะกับพื้นที่และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะสมจะช่วยให้ได้ทั้งแสงที่ตอบโจทย์การใช้งานและบรรยากาศที่ต้องการ
Warm White, Cool White และ Daylight ต่างกันอย่างไร?
ทั้ง 3 สีแสงมีความแตกต่างกันในเรื่องของ โทนสี ค่า Kelvin และความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ ดังนี้
ประเภทแสง |
อุณหภูมิสี (Kelvin) |
โทนสีและบรรยากาศ |
พื้นที่ที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
Warm White |
2,700–3,000K | โทนเหลืองนวลอบอุ่น นุ่มนวล และผ่อนคลาย | ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, คาเฟ่ |
Cool White |
4,000K |
โทนขาวนวลสว่าง สดใส และดูสะอาดตา | ห้องครัว, ห้องน้ำ, โถงทางเดิน |
Daylight |
5,000–6,500K | โทนขาวอมฟ้าสว่างชัดเจน เห็นรายละเอียดคมชัด | ห้องทำงาน, ห้องอ่านหนังสือ, หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง |
Warm White
เป็นแสงโทนเหลืองนวล ให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล และผ่อนคลาย เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการสร้างบรรยากาศสบาย ๆ และเป็นกันเอง
โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,700–3,000K เหมาะสำหรับ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และมุมพักผ่อน หรือร้านอาหาร คาเฟ่ เป็นต้น

Cool White
เป็นแสงสีขาวที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Warm White และ Daylight ให้ความรู้สึกสว่าง สดใส และดูสะอาดตา จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการแสงสำหรับการใช้งานทั่วไป
โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 4,000K เหมาะสำหรับ ห้องครัว ห้องน้ำ โถงทางเดิน และพื้นที่ใช้งานทั่วไปที่ต้องการความสว่างโดยไม่เหลืองหรือขาวจัดเกินไป

Daylight
เป็นแสงโทนขาวที่มีค่าอุณหภูมิสีสูงขึ้น โดยมักให้โทนขาวอมฟ้าและความรู้สึกสว่าง ชัดเจน เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการมองเห็นรายละเอียดต่าง ๆ
โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5,000–6,500K เหมาะสำหรับ ห้องอ่านหนังสือ และพื้นที่ทำงาน คลินิก สำนักงาน และพื้นที่เชิงพาณิชย์บางประเภท

สีของแสงไฟมีผลต่อบรรยากาศและการใช้งานอย่างไร?
สีของแสงไฟไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้พื้นที่สว่าง แต่ยังช่วยกำหนด Mood & Tone ของพื้นที่ได้อีกด้วย
แสง Warm White ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย จึงเหมาะกับพื้นที่พักผ่อนอย่างห้องนอน ขณะที่ Cool White ให้ความรู้สึกสว่าง สดใส และเป็นธรรมชาติมากขึ้นส่วน Daylight ให้แสงที่สว่างและชัดเจน เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการการมองเห็นรายละเอียด
นอกจากนี้ สีของแสงยังสามารถทำงานร่วมกับ สีผนัง วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และสไตล์การตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันได้ เช่น แสง Warm White เมื่อใช้ร่วมกับวัสดุไม้หรือโทนสีเอิร์ธโทน สามารถช่วยเสริมความรู้สึกอบอุ่นให้กับพื้นที่ได้
ดังนั้น การเลือกสีของแสงจึงควรพิจารณาทั้งสิ่งที่ต้องการให้พื้นที่มีบรรยากาศอย่างไร และพื้นที่นั้นใช้ทำอะไร

เทคนิคและวิธีเลือกหลอดไฟ ก่อนตัดสินใจซื้อโคมไฟ
นอกจากสีของแสงและค่า Kelvin แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ควรพิจารณาก่อนเลือกหลอดไฟหรือโคมไฟ เพื่อให้ได้แสงที่เหมาะสมกับพื้นที่มากที่สุด
ความสว่าง (Lumens)
Lumens (lm) คือค่าที่ใช้บอกปริมาณแสงที่แหล่งกำเนิดแสงให้ได้ ยิ่งค่า Lumens สูง โดยทั่วไปจะให้แสงมากขึ้น แต่ควรเลือกให้สัมพันธ์กับขนาดห้องและลักษณะการใช้งาน
ค่า CRI
CRI หรือ Color Rendering Index เป็นค่าที่บอกความสามารถของแสงในการแสดงสีของวัตถุเมื่อเทียบกับแหล่งกำเนิดแสงอ้างอิง ค่า CRI ที่สูงช่วยให้สีของวัตถุดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับพื้นที่ที่ต้องการเห็นสีของวัตถุอย่างชัดเจน
ประเภทและรูปแบบของโคมไฟ
ควรเลือกประเภทของโคมไฟให้เหมาะกับพื้นที่ เช่น Downlight, Tracklight, Pendant Lamp หรือ Table Lamp เพราะโคมแต่ละประเภทมีรูปแบบการให้แสงและหน้าที่แตกต่างกัน
การเลือก สีของแสงไฟไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มทั้งบรรยากาศและการใช้งานของแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่แสงโทนอุ่นที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ไปจนถึงแสงสีขาวที่ช่วยให้พื้นที่ดูสว่างและชัดเจนมากขึ้น

เพราะแต่ละพื้นที่มีฟังก์ชันและบรรยากาศที่แตกต่างกัน การเลือกสีของแสงไฟจึงควรเริ่มจากความต้องการของพื้นที่เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นแสงโทนอุ่นสำหรับมุมพักผ่อนแสงสีขาวสำหรับพื้นที่ใช้งานทั่วไปหรือแสงที่ให้ความสว่างและความชัดเจนสำหรับพื้นที่ทำงาน
เมื่อเลือกสีของแสงได้เหมาะสมแล้วการเลือกดีไซน์และประเภทของโคมไฟก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยให้แสงและพื้นที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
เชิญคุณมาสัมผัสประสบการณ์แสงและโคมไฟที่ตอบโจทย์กับบ้านของคุณ ที่โชว์รูมของเรา LAMP & LIGHT Flagship Store
สาขาเพชรบุรีตัดใหม่ เปิดบริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.30 - 18.30 น. และวันเสาร์ เวลา 9.30 - 17.30 น. หากคุณต้องการคำแนะนำในการเลือกโคมไฟ หรือบริการออกแบบแสงเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับพื้นที่ภายในบ้าน ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
คลิ๊กเพิ่มเพื่อน เพื่อติดต่อรับคำแนะนำ

ติตตามข่าวสารในช่องทางอื่น ๆ
Facebook : Lamp And Light
Instagram : lampandlight.brand
TikTok : lampandlight.brand
Online shopping : www.LAMPANDLIGHT.com










